vegus168 ข่าวกีฬาทั่วโลก

vegus168 ข่าวกีฬาทั่วโลก

vegus168 ข่าวกีฬาทั่วโลก

ใจลูกผู้ชาย!!!มันโช่ยกโทษเตฟ พร้อมส่งลงเล่นใน 2 วีค

vegus168 ข่าวกีฬาทั่วโลก โรแบร์โต้ มันชินี่ผู้จัดการทีมแมนเขสเตอร์ ซิตี้ใจกว้างเป็นแม่น้ำให้สัมภาษณ์เปิดยืนยันว่าเขาให้อภัยทุกๆสิ่งทุกๆอย่างที่คาร์ลอส เตเบซได้ทำไว้ นอกจากนี้ยังเผยว่าเขาอาจจะได้กลับมาลงสนามให้กับทีมในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า คาร์ลอส เตเบซกับโรแบร์โต้ มันชินี่มีปัญหากันหลังหัวหอกมะขามข้อเดียวปฏิเสธที่จะลงเล่นในเกมแชมเปี้ยนส์ ลีกกับบาเยิร์น มิวนิคเมื่อช่วงต้นฤดูกาลที่ผ่านมา โดยหลังจากนั้นมันชินี่ยืนยันว่าเตเบซหมดอนาคตกับทีมและจะไม่ได้ลงสนามแล้ว อย่างไรก็ตามเมื่อวันพุธที่ผ่านมา คาร์ลอส เตเบซได้ออกแถลงการณ์ขอโทษต่อทุกๆคนที่เขาทำให้ผิดหวัง และมันชินี่ก็ไม่รอช้าให้อภัยอดีตกัปตันทีมของเขาทันที

“ผมยอมรับคำขอโทษของเขา ผมไม่มีปัญหาใดๆทั้งสิ้น”

“ผมจะพบกับเขาก่อนช่วงการฝึกซ้อมวันพฤหัสบดี และหลังจากนั้นเขาก็จะกลับมาทำงานกับพวกเราได้”

“บางทีเขาอาจจะต้องการเวลาสัก 2-3 สัปดาห์เพื่อเค้นฟอร์มเก่ง และหลังจกานั้นเขาก็พร้อมที่จะลงเล่น เขาสามารถลงเล่นได้เหมือนกับนักเตะคนอื่นๆ”

“คาร์ลอสรู้จักทีมๆนี้เป็นอย่างดี แต่ทีมของเราในช่วง 6-7 เดือนที่ผ่านมาก็ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม”

“พวกเรานำเป็นจ่าฝูงในพรีเมียร์ ลีก แต่พวกเรารู้จักคาร์ลอสเป็นอย่างดี เขาเป็นกองหน้าที่ยอดเยี่ยม มันคงจะดีเลยหากเขาสามารถช่วยเหลือพวกเราทำงานที่ดีได้ในอีก 2 เดือนข้างหน้า”

“โปแลนด์” แม่นโทษดวลดับ “สวิส” 5-4 ทะลุ 8 ทีม

ทางเข้า vegus168 ฟุตบอลยูโร 2016 รอบ 16 ทีมสุดท้าย
วันเสาร์ที่ 25 มิถุนายน 2559
สวิตเซอร์แลนด์ 1-1 โปแลนด์
(ต่อเวลาพิเศษ เสมอ 0-0, โปแลนด์ ชนะจุดโทษ 5-4)
สนาม : สต๊าด ฌอฟรัว-กีชาร์
เริ่มเกมมาแค่นาทีเดียว สวิตเซอร์แลนด์ เกือบเสียประตู โยฮัน ฌูรู คืนหลังพลาด โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ไล่กดดัน ยานน์ ซอมเมอร์ ผู้รักษาประตูทำให้ต้องเตะสกัดทิ้ง บอลไปเข้าทาง อาร์คาดิอุส มิลิค ยิงข้ามคานออกไป

นาทีที่ 6  โปแลนด์ ได้ลุ้นอีก คามิล โกรซิชกี้ เปิดบอลโด่งเข้าเขตโทษ อาร์คาดิอุส มิลิค เทกตัวโขกเต็มหัว แต่บอลไปตรงตัว ยานน์ ซอมเมอร์ รับเข้าซองได้ไม่ยาก

นาทีที่ 23 จากลูกเตะมุม ริคาร์โด้ โรดริเกซ เปิดโค้งเข้าไปหน้าประตู เบลริม เซไมลี่ ได้โหม่งข้ามคานออกไป

นาทีที่ 25 สวิส ได้โอกาสอีกครั้ง ริคาร์โด้ โรดริเกซ เติมเกมขึ้นสูงก่อนกดด้วยซ้ายระยะ 25 หลา บอลพุ่งผ่านหน้าประตูออกไป

นาทีที่ 35 สวิส ได้โอกาสทำประตูอีกครั้ง จากลูกเตะมุม ริคาร์โด้ โรดริเกซ บรรจงเปิดไปที่เสาแรกให้ ฟาเบียน ชาร์ ได้โขกแต่บอลเหินข้ามคานออกหลังไปอีก

นาทีที่ 39 โปแลนด์โต้กลับเร็ว คามิล โกรซิชกี้ ลากบอลตะลุยขึ้นมาทางฝั่งขวาก่อนเปิดไปที่เสาสองให้ ยาคุบ บลาซซีคอฟสกี้ จับบอลลงดึงจังหวะก่อนกดด้วยขวาลอดขา ยานน์ ซอมเมอร์ ตุงตาข่าย โปแลนด์ ออกนำ 1-0
หมดครึ่งเวลาแรก โปแลนด์ เป็นฝ่ายออกนำ 1-0

กลับมาเล่นกันต่อในครึ่งหลัง นักเตะจากแดนนาฬิกา ขึงเกมบุกกทันที นาทีที่ 51 เซอร์ดาน ชากิรี่ ได้สับไกด้วยซ้ายเต็มข้อระยะ 18 หลา บอลพุ่งเต็มแรงเข้าหาประตู ลูคัสซ์ ฟาเบียนสกี้ ต้องออกแรงทุบทิ้ง

นาทีที่ 53 โปแลนด์ สวนกลับ ยาคุบ บลาซซีคอฟสกี้ ลากตัดจากริมเส้นฝั่งขวาก่อนล็อกมาเข้าซ้ายแล้วกดเต็มๆ ยานน์ ซอมเมอร์ โชว์ซูเปอร์เซฟพุ่งปัดออกหลังไว้ได้

นาทีที่ 73 สวิตเซอร์แลนด์ น่าจะได้ประตูตีเสมอแบบสุดๆ จากจังหวะฟรีคิกระยะ 20 หลา ริคาร์โด้ โรดริเกซ ปั่นด้วยซ้ายบอลข้ามกำแพงกำลังจะมุดสามเหลี่ยมอยู่แล้ว แต่ ลูคัสซ์ ฟาเบียนสกี้ เหินปัดมือเดียวออกหลังไปได้

สมัคร vegus168 สวิตเซอร์แลนด์ โหมบุกหนัก นาทีที่ 78 กรานิต ชาก้า เก็บบอลได้ในเขตโทษก่อนไหลคืนให้ โยฮัน ฌูรู ยิงไปติดแนวรับโปแลนด์ บอลกระดอนมาเข้าทาง ฮาริส เซเฟโรวิช ซัดด้วยซ้ายแบบไม่ต้องจับแต่บอลพุ่งชนคานอย่างจัง

หลังพยายามอยู่นาน นาทีที่ 82 สเตฟาน ลิคท์สไตเนอร์ เปิดบอลเข้าไปหน้าประตู เอเรน แดร์ดิย็อค ตัวสำรองดีดต่อให้ เซอร์ดาน ชากิรี่ จักรยานอากาศด้วยซ้ายบอลพุ่งชนเสาเข้าประตูไปอย่างสุดสวย สวิตเซอร์แลนด์ ตามตีเสมอ 1-1

จบเกม เสมอกัน 1-1 ต้องต่อเวลาพิเศษ 120 นาที เพื่อหาผู้ชนะ แต่ก็ยังไม่มีฝ่ายใดทำประตูกันได้ ต้องไปวัดกันที่การดวลจุดโทษ และเป็น โปแลนด์ ที่เป็นฝ่ายแม่นโทษกว่าเอาชนะไปได้ 5-4 ผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ โดยจะผ่านเข้าไปรอพบกับ โปรตุเกส ในวันที่ 30 มิถุนายน เวลา 02.00 น.

รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม
สวิตเซอร์แลนด์ (4-2-3-1) : ยานน์ ซอมเมอร์ – ริคาร์โด้ โรดริเกซ, โยฮัน ฌูรู, ฟาเบียน ชาร์, สเตฟาน ลิคท์สไตเนอร์ – กรานิต ชาก้า, วาลอน เบห์รามี่ – เบลริม เซไมลี่, อัดเมียร์ เมห์เมดี้, เซอร์ดาน ชากิรี่ – ฮาริส เซเฟโรวิช
โปแลนด์ (4-4-1-1) : ลูคัสซ์ ฟาเบียนสกี้ – ลูคัสซ์ พิซเซ็ค, คามิล กลิค, มิชาล พาซดาน, อาร์ตูร์ เยเดอร์เซชีค – ยาคุบ บลาซซีคอฟสกี้, คามิล โกรซิชกี้, เกอร์เซกอร์ซ ครีโชเวียค, คริสตอฟ มาซินสกี้ – อาร์คาดิอุส มิลิค – โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้
ผู้ตัดสิน : มาร์ค แคลตเทนเบิร์ก (อังกฤษ)

อยากมีข่าวรึ?แข้งราซิ่งแค้นเมินจับมือโด้

agent vegus168 ทำไมฉันไม่เป็นข่าวบ้าง สำหรับโดมิงโก้ ชิสม่าปราการหลังของราซิ่ง ซานตานเดร์ที่ได้ให้สัมภาษณ์เผยว่า เขาปฏิเสธที่จะจับมือกับคริสเตียโน่ โรนัลโด้ก่อนแข่งขัน เนื่องมาจากเคยโดนเมินใส่มาก่อนนั่นเอง

ชิสม่าชี้ว่า นอกเหนือจากฝีเท้าที่เก่งกาจของโรนัลโด้แล้ว ปีกโปรตุกีสยังเต็มไปด้วยความอวดดีที่ดูแล้วไม่น่านับถือสักเท่าไหร่

?ในเกมแรกของฤดูกาลนี้ คริสเตียโน่ทำเป็นเมินตอนที่ผมเดินเข้าไปทักทายเขา เขาดูเหมือนพวกอวดดียังไงอย่างงั้น เป็นพวกแพ้ไม่เป็นอีกต่างหาก? เขากล่าว

?ผมเลยทำกลับคืนใส่เขา ผมไม่จับมือเขาตอนที่มาเล่นในเบร์นาบิว ก่อนเริ่มเกม?

สาวกตัวเอ้!!!โรงแรมอินโดฯคลั่งตั้งชื่อตามไอดอล “สตีวี่ จี”

vegus168 ข่าวกีฬาทั่วโลก โรงแรมสไตล์บูติคเปิดใหม่ในอินโดนีเซียคลั่งทีม”หงส์แดง”ลิเวอร์พูลจัดถึงตั้งชื่อร้านว่า”สตีวี่ จี”กัปตันทีมจอมเก๋ากันเลยทีเดียว โรงแรมนี้เปิดตัวเมื่อปีที่แล้วในเมืองบันดุงโดยเจ้าของเป็นแฟนตัวยงพรีเมียร์ลีกมานานและมองว่าประวัติศาสตร์อันสุดยอดของ”หงส์แดง”น่าจะเป็นธีมที่เข้ากับโรงแรมเน้นสถาปตยกรรมแห่งนี้ นอกจากนี้่หนึ่งในหลายๆห้องของโรมแรมนี้ถูกตั้งชื่อว่า”This is Anfield”โดยเป็นวอลเปเปอร์ในห้องพร้อมโลโก้สโมสรรวมทั้งแฟนบอล โดยในห้องนี้มีภาพของเคนนี่ ดัลกลิชกุนซือ,ไมเคิ่ล โอเว่นอดีตกองหน้า,เอียน รัช,ร็อบบี้ ฟาวเลอร์และหลุยส์ ซัวเรซ ห้อง”This is Anfield”สร้างความตื่นตาตื่นใจให้เดอะค็อปชาวอินโดเป็นอย่างหนักซึ่งหลายคนลงทุนมาเช่าพักหนึ่งคืนหรือมาเช่าเพื่อถ่ายรูปเป็นที่ระลึก beechernetworks.com

Ballstep2 กีฬาที่ตื่นเต้นสุดๆ

Ballstep2 กีฬาที่ตื่นเต้นสุดๆ

Ballstep2 กีฬาที่ตื่นเต้นสุดๆ

“ราคิติช” หวั่นโครแอตถูกตัดสิทธ์ยูโร เหตุแฟนบอลปาพลุไฟลงสนาม

Ballstep2 กีฬาที่ตื่นเต้นสุดๆ อีวาน ราคิติช ออกอาการหวาดหวั่นว่าทีมบ้านเกิด อาจจะถูกตัดสิทธ์ออกจากการแข่งขันฟุตบอลยูโร 2016 หลังแฟนๆ “ตราหมากรุก” โชว์เกรียนปาพลุไฟลงมาในสนาม เหตุการณ์ความวุ่นวายมาเกิดขึ้นในช่วงท้ายเกม ในการแข่งขันฟุตบอล ยูโร 2016 รอบแบ่งกลุ่มสายดี นัดสอง ซึ่งเป็นช่วงที่ โครเอเชีย ขึ้นนำ สาธารณรัฐเช็ก อยู่ 2-1  แต่ทว่าแฟนบอลโครแอตกลับทำเรื่องให้บ้านเกิดตัวเองเสื่อมเสีย เมื่อแฟนบอลที่อยู่บนอัฒจันทร์หลังประตูฝั่งสาธารณรัฐเช็ก  ดันมือบอนปาพลุไฟลงมาในสนามจนทำให้เกมชะงักหยุดไปร่วมหลายนาที อีกทั้งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยยังโดนลูกหลงในครั้งนี้ด้วย“เราต้องดูว่าพวกเราจะได้เล่นกับสเปนหรือเปล่า บางทีพวกเขาอาจส่งพวกเรากลับบ้านพอหลังจากนี้ก็ได้” ห้องเครื่องกล่าวพอสิ้นเสียงนกหวีด

“มีแฟนบอลจำนวนมากตามเชียร์ทีมชาติอยู่ และพวกเขาเหล่านั้นไม่อาจจะเห็นโครเอเชียลงเล่นได้อีก”

“มันเป็นเรื่องที่พูดยากมาก แต่เรารู้สึกโล่งที่ได้เล่นต่อ เราโชคดีที่แมตช์ผ่านพ้นไปได้และผู้ตัดสินพยามยามให้จบในทันที” กองกลางสังกัด บาร์เซโลน่า กล่าวเพิ่มทิ้งท้าย

วิเคราะห์ฟุตบอลยูโร 2016 กลุ่มเอฟ “โปรตุเกส – ออสเตรีย”

วิธีเล่น Ballstep2 ความพร้อม-สภาพทีม

โปรตุเกส
ริคาร์โด้ กวาเรสม่าฟิตพอเป็นตัวเลือกในแนวรุกได้แล้ว และฝอยทองอาจปรับแผนมาใช้ 3 กองหน้า โดยให้เขาเล่นร่วมกับคริสติอาโน่ โรนัลโด้และนานี่ วิลเลี่ยม คาร์วัลโญ่กับเรนาโต้ ซานเชสน่าจะได้ลงเล่นในแผงกลางร่วมกับอังเดร โกเมส ส่วนแนวรับอาจปรับวิเอรินญ่าออกและให้เซดริก ซัวเรสลงยืนแบ็กขวาแทน

ออสเตรีย
อเล็กซานเดอร์ ดราโกวิชติดโทษแบนในแนวรับ เซบาสเตียน โพรเดิลน่าจะเบียดเควิน วิมเมอร์ลงเล่นแทนได้ แดนกลางไม่มีซลัทโก้ ยูนูโซวิชที่เจ็บ ดาวิด อลาบาอาจถูกดันขึ้นไปเป็นตัวปั้นเกมแทน หรือส่งอเลสซานโดร ช็อพฟ์ลงไปเล่นแทนโดยตรง มาร์ก ยานโก้ยังน่าจะยืนเป็นหัวหอกตัวเป้าต่อไปแม้จะยังไม่ฟิตเต็มร้อย
นักเตะโดนแบน: อเล็กซานเดอร์ ดราโกวิช

วิเคราะห์รูปเกม

โปรตุเกสไปไม่เป็นหลังเกมรุกยังทำอะไรไม่ถนัดในนัดที่แล้ว และคงหวังว่าคริสติอาโน่ โรนัลโด้จะคืนฟอร์มได้ในนัดนี้ ส่วนออสเตรียที่พลาดท่าแพ้มาก็คงหวังว่าจะมีโอกาสลุ้นเช่นกัน เมื่อจะเป็นฝ่ายเล่นแบบรอจังหวะบ้าง แต่ฝอยทองก็น่าจะทำเกมได้ถนัดถนี่ขึ้น และไม่น่าจะพลาดพลั้งอีก

ผู้เล่น 11 คนแรกที่คาด

โปรตุเกส (4-3-3): 1.รุย ปาทริซิโอ; 21.เซดริก ซัวเรส 3.เปเป้ 6.ริคาร์โด้ คาร์วัลโญ่ 5.ราฟาเอล เกร์เรโร่; 15.อังเดร โกเมส 14.วิลเลี่ยม คาร์วัลโญ่ 16.เรนาโต้ ซานเชส; 20.ริคาร์โด้ กวาเรสม่า 7.คริสติอาโน่ โรนัลโด้ 17.นานี่
โค้ช: แฟร์นานโด ซานโตส

ออสเตรีย (4-2-3-1): 1.โรเบิร์ต อัลเมอร์; 17.ฟลอเรียน ไคลน์ 4.มาร์ติน ฮินเทเรกเกอร์ 15.เซบาสเตียน โพรเดิล 5.คริสเตียน ฟุคส์; 6.สเตฟาน อิลซานเคอร์ 14.ยูเลี่ยน บอมการ์ตลิงเกอร์; 11.มาร์ติน ฮาร์นิค 8.ดาวิด อลาบา 7.มาร์โค อาร์นาโตวิช; 21.มาร์ก ยานโก้
โค้ช: มาร์เซล โคลเลอร์ ฮอตสกอร์: โปรตุเกสชนะ 2-1

ผลการพบกัน 2 นัดหลังสุด

11/10/95 คัดยูโร ออสเตรีย 1-1 โปรตุเกส
13/11/94 คัดยูโร โปรตุเกส 1-0 ออสเตรีย

ผลงาน 5 นัดหลังสุด

โปรตุเกส
14/6/16 เสมอ ไอซ์แลนด์ 1-1 (กลาง)
8/6/16 ชนะ เอสโตเนีย 7-0 (เหย้า)
2/6/16 แพ้ อังกฤษ 0-1 (เยือน)
29/5/16 ชนะ นอร์เวย์ 3-0 (เหย้า)
29/3/16 ชนะ เบลเยียม 2-1 (เหย้า)

ออสเตรีย
14/6/16 แพ้ ฮังการี 0-2 (กลาง
4/6/16 แพ้ ฮอลแลนด์ 0-2 (เหย้า)
31/5/16 ชนะ มอลตา 2-1 (เหย้า)
29/3/16 แพ้ ตุรกี 1-2 (เหย้า)
26/3/16 ชนะ แอลเบเนีย 2-1 (เหย้า)

สกู๊ป : ถ้า “ยูโกสลาเวีย” ยังอยู่…

สกู๊ป : ถ้า "ยูโกสลาเวีย"

สมัคร Ballstep2 อย่างที่เคยบอกไปครับ ว่าในสมัยวัยรุ่น ผมเองจะตามเชียร์ยูโกสลาเวียมาโดยตลอดถ้าหากผ่านเข้าสู่การแข่งขันฟุตบอลระดับเมเจอร์อย่างฟุตบอลโลก หรือฟุตบอลยูโร

เหตุผลเพราะว่าชื่นชอบสไตล์การเล่นของทีมที่ได้รับสมญาว่าเป็น “บราซิลแห่งยุโรป” ที่มีความเหนือชั้นในระดับ “ขั้นกว่า” ทีมจอมเทคนิคจากทางยุโรปตะวันออก

ในยุค 80-90 ที่ผมเติบโตมานั้น ยูโกสลาเวีย เป็นทีมที่มีนักเตะระดับ “อัจฉริยะ” อยู่มากมายครับ ไม่ว่าจะเป็น เดยัน ซาวิเซวิช, ซินิซ่า มิไฮโลวิช, วลาดิเมียร์ ยูโกวิช, ดราแกน สตอยโกวิช, โรเบิร์ต โปรซิเนซกี้, อเลน บ็อกซิช หรือดาวอร์ ซูเคอร์

แต่หลังจากการแยกตัวของยูโกสลาเวีย นักเตะเหล่านี้ก็กระจัดกระจายตามชาติกำเนิดออกเป็น 6 ชาติ โดยที่แต่ละชาตินั้นก็มีลีลาสไตล์การเล่นที่แตกต่างกันออกไป

ทีนี้เกิดมีคนตั้งคำถามครับว่าหากวันนี้ ยูโกสลาเวีย ยังอยู่ หน้าตาของทีม “สลาฟ” นั้นจะออกมาเป็นอย่างไร?

พวกเขาจะมีโอกาสคว้าแชมป์ยูโรได้หรือไม่?

ผมดูหน้าตาทีมที่เขาจัดกันมาแล้วต้องบอกว่า “น่าคิด” ครับ

Ballstep2 กีฬาที่ตื่นเต้นสุดๆ ซาเมียร์ ฮันดาโนวิช จากสโลวีเนีย น่าจะเป็นนายด่านสำหรับทีมยูโกสลาเวีย 2016 ขณะที่ไลน์แบ็กโฟร์ถือว่าใช้ได้ครับ โดยเฉพาะความโหด ไล่เรียงจากขวาไปซ้ายคือ บรานิสลาฟ อิวาโนวิช (เซอร์เบีย), เดยัน ลอฟเรน (โครเอเชีย), สเตฟาน ซาวิช (มอนเตเนโกร) และอเล็กซานเดอร์ โคลารอฟ (เซอร์เบีย)

 ที่ถือว่าสุดยอดคือแดนกลาง 3 คน ที่ประกอบไปด้วย ลูก้า โมดริช (โครเอเชีย), มิราเลม ปานิช(บอสเนีย) และอิวาน ราคิติช (โครเอเชีย)

กลางชุดนี้ส่วนตัวผมคิดว่าไม่เป็นสองรองใครในยุโรปเลยครับ สู้ได้แม้กระทั่งกับสเปน และเยอรมัน ที่ถือเป็นที่สุดของยุคนี้

ขณะที่แนวรุกอาจจะดร็อปลงไปบ้างกับ สเตวาน โยเวติช (มอนเตเนโกร), อิวาน เปริซิช (โครเอเชีย) และเอดิน เชโก้ (บอสเนีย) ในฐานะหัวหอก แต่ก็ถือว่ายังพอน่ารักน่าลุ้นอยู่ครับ

ขณะที่บนม้านั่งสำรองจะมีนักเตะอย่าง เนเวน ซูโบติช, เนมันย่า มาติช, มาเตโอ โควาซิช, ดาริโอ เซอร์นา, มาร์เซโล่ โบรโซวิช และมาริโอ มานด์ซูคิช

ประเมินจากขุมกำลังเพียวๆแล้ว หากมีโค้ชที่ดีสามารถรีดศักยภาพและหลอมรวมนักเตะชุดนี้เข้าด้วยกันได้

อย่างน้อยรอบ 8 ทีมสุดท้ายหรือรอบรองชนะเลิศนั้นพอเป็นไปได้ครับ

แต่ถ้าจะหวังไกลกว่านั้น อยู่กับดวงและวาสนาล้วนๆ beechernetworks.com

vegus168 ข่าวกีฬาทั่วทั้งโลก

vegus168 ข่าวกีฬาทั่วทั้งโลก

vegus168 ข่าวกีฬาทั่วทั้งโลก

‘หงส์’ สุดโหด เปิดรังยำใหญ่ ‘ทอฟฟี่’ เมอร์ซี่ไซด์ดาบี้!!

vegus168 ข่าวกีฬาทั่วทั้งโลก ยังคงโชว์ฟอร์มโหดได้อย่างต่อเนื่องสำหรับหงส์แดง ลิเวอร์พูล ของ เจอร์เก้น คล็อปป์กุนซือจอมบู๊ในช่วงท้ายซีซั่น เมื่อล่าสุดในเกมเมอร์ซี่ไซด์ดาบี้แมท เป็นฝ่ายเปิดรังแอนฟิลด์ไล่ยำใหญ่ ทอฟฟี่สีน้ำเงิน เอฟเวอร์ตัน ไปแบบชนิดที่หาทางกลับบ้านไม่ถูกเลยทีเดียว

โดยเกมนี้ เจอร์เก้น คล็อปป์ เลือกจัดทัพหงส์ชุดใหญ่ลงบู๊ หลังจากที่เกมก่อนหน้านี้ใช้ชุดผสมเฉือนเอาชนะบอร์นมัธมาได้

  • ผู้รักษาประตูในเกมนี้เป็น ซิมง มิโญเล่ต์
  • เซ็นเตอร์แบ็กสี่รายมี นาธาเนียล ไคลน์, เดยัน ลอฟเรน, มามาดู ซาโก้ และอัลแบร์โต้ โมเรโน่
  • แดนกลางใช้บริการของ ลูคัส เลว่า และ เจมส์ มิลเนอร์
  • ขณะที่เกมรุกจัดหนักใช้ ฟิลิปเป้ คูติญโญ่, โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่, อดัม ลัลลาน่า
  • หน้าเป้าเป็น ดีว็อค โอริกี้

ด้านทีมเยือนทอฟฟี่ก็จัดชุดเต็มลงบู๊เช่นกันแม้ว่าซีซั่นนี้จะเล่นแบบไม่มีลุ้นอะไรแล้วก็ตาม

  • โดยผู้รักษาประตูเป็น โจเอล รูเบิล
  • แผงแบ็กโฟร์มี เลตัน เบนส์, จอห์น สโตน, ไบรอัน โอเวียโด้ และฟูเนส มูลี่
  • แดนกลางและเกมรุกมี แกเร็ธ แบร์รี่, รอสส์ บาร์คลี่ย์, เควิน มิรัลลาส และอารอน เลนน่อน
  • หน้าเป้า โรเมลู ลูกากู

สำหรับผลสกอร์แรกของเกมเกิดขึ้นในนาทีที่ 43 จาก ดีว็อค โอริกี้ ส่งเจ้าบ้านขึ้นนำ 1-0 ก่อนที่อีกเพียงสองนาทีถัดมา มามาดู ซาโก้ จะมาช่วยทำอีกหนึ่งสกอร์หนีห่างไปเป็น 2-0 และจบครึ่งเวลาแรกไปด้วยสกอร์นี้

ครึ่งเวลาหลังนาทีที่ 50 ฟูเนส มูลี่โดนใบแดงไล่ออกจากสนามจากการไปทำฟาล์วใส่ ดีว็อค โอริกี้ จากนั้นอีก 11 นาทีถัดมาหงส์แดงอาศัยตัวผู้เล่นที่มากกว่าทำสกอร์ทิ้งห่างทีมเยือนไปอีกเป็น 3-0 จาก แดเนียล สเตอร์ริดจ์ กองหน้าสำรองที่ถูกส่งลงมาแทนโอริกี้ในนาทีที่ 54 ก่อนจะมาได้ประตูปิดท้ายอีกหนึ่งประตูในนาทีที่ 76 จาก ฟิลิปเป้ คูติญโญ่

รวมผลบอลเป็น 4-0 อันตารางคะแนนหลังเกมการแข่งขันหงส์แดงขยับรั้งที่เจ็ด ตามหลังเวสต์แฮม ทีมอันดับหกที่จะได้โควตาฟุตบอลถ้วยยุโรปใบเล็กอยู่เพียงสองคะแนน และยังแข่งน้อยกว่าอยู่หนึ่งเกมด้วย

สถิติใหม่! สื่อท้องถิ่นไม่ลงคะแนน ‘มิโญเล่ต์’ เกมดับ ‘ทอฟฟี่’!!!

สถิติใหม่! สื่อท้องถิ่นไม่ลงคะแนน

ทางเข้า vegus168 ทำเอาแฟนบอลเดอะค็อปมีแอบฮาเลยทีเดียวงานนี้ สำหรับสื่อท้องถิ่นอย่าง ลิเวอร์พูล เอ็คโค่ ที่เปิดเผยผลสรุปฟอร์มการเล่นของนักเตะทีมหงส์แดงออกมา ในรูปแบบของการให้คะแนนเป็นรายบุคคล จากคะแนนเต็มสิบหลังเกมที่ หงส์แดง เปิดบ้านไล่ถล่ม ทอฟฟี่สีน้ำเงิน ไป 4-0 เพราะในช่องคะแนนของ ซิมง มิโญเล่ต์ นายด่านชาวเบลเยี่ยมถูกใส่สัญลักษณ์ NA ที่หมายถึงไม่ระบุเอาไว้แทนตัวเลขคะแนน

หรือกล่าวกันง่ายๆว่า ลิเวอร์พูลเอ็คโค่ ไม่ให้คะแนน มิโญเล่ต์ ในเกมนี้นั่นเอง เนื่องจากพวกเขาเองก็ไม่รู้ว่าจะนำเอาผลงานจากตรงไหนในเกมนี้มาพิจารณาให้คะแนน เพราะตลอดทั้งเกมการแข่งขันเป็นหงส์แดงฝ่ายเดียวที่เดินหน้าบุกเข้าใส่ทีมเยือน และได้ 4 ประตูดังกล่าว ขณะที่ทีมเยือนมีโอกาสสวนขึ้นมาบ้างน้อยนิด และยิงไม่เข้ากรอบเลยสักครั้งจากโอกาสยิงทั้งสิ้นสามครั้ง

สำหรับผลงานเกมนี้ของ มิโญเล่ต์ กับ หงส์แดง จัดเป็นการเก็บคลีนชีตได้แบบงงๆ โดยไม่มีการออกแรงเซฟเลยซักครั้ง ซึ่งอาจเรียกว่าเป็นสถิติใหม่เลยก็ว่าได้

อย่างไรก็ตามในรายของผู้เล่นคนอื่นๆในเกมนี้ของหงส์แดง มีหลายรายที่เล่นได้อย่างยอดเยี่ยม และได้รับคะแนนสูงอย่างปราการหลังเฟร้นแมน อย่าง “มามาดู ซาโก้” นั้น จากการเล่นเกมรับที่เหนียวแน่น ทั้งยังช่วยทีมทำหนึ่งประตู ทำให้ได้คะแนนไปถึง 9 คะแนน

  • เดยัน ลอฟเรน คู่กองหลังที่เล่นร่วมกันได้ไป 7 คะแนน
  • นาธาเนียล ไคลน์ แบ็กฝั่งซ้ายได้ไป 8 คะแนน
  • อัลแบร์โต้ โมเรโน่ 8 คะแนน
  • เจมส์ มิลเนอร์ 8 คะแนน
  • อดัม ลัลลาน่า 8 คะแนน

สรุปผลงานในเกมนี้ของนักเตะหงส์แดงได้ว่าเกือบทั้งทีม เล่นได้ในฟอร์มที่ดีที่สุดของตัวเอง และถือว่ามีส่วนช่วยให้ มิโญเล่ต์ ไม่ต้องออกแรงเลยในเกมนี้เพราะฟอร์มที่ยอดเยี่ยมของพวกเขาเท่ากับเป็นการปิดโอกาสการเล่นเกมรุก และการยิงประตูของเอฟเวอร์ตันไปในตัวด้วยเช่นกัน

ค็อปเซ็ง! ‘หงส์’ ผลบอลนำห่าง 2-0 พลิกโดน ‘สาลิกา’ ตีเจ๊า 2-2!!!

ค็อปเซ็ง! ‘หงส์’

agent vegus168 ต้องบอกว่าเซ็งไปตามๆกันเลยงานนี้สำหรับบรรดาแฟนบอลเดอะค็อป เมื่อในเกมลีกนัดล่าสุดซึ่ง หงส์แดง เปิดบ้านรับการมาเยือนของสาลิกาดง นิวคาสเซิ่ล ทีมท้ายตารางในครึ่งเวลาแรกทำท่าเหมือนจะจบลงด้วยสามคะแนนแบบสบายๆของเจ้าบ้านแล้ว เนื่องจากผลบอลออกนำไปก่อนถึงสองสกอร์ ทว่าครึ่งเวลาหลังดันเป็นราวกลับหนังคนละม้วน ทีมเยือนไล่บุกใส่ยิงตีคืนได้สองประตูแบ่งแต้มกลับออกไปอย่างน่าเจ็บปวด

ทั้งนี้สถานการณ์ของหงส์แดงก่อนเกมการแข่งขัน นับว่ามียังมีหวังเล็กๆที่จะเบียดขึ้นแซงเป็นท็อปโฟร์เพื่อตั๋ว ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ซีซั่นหน้าหากพวกเขาเก็บชัยชนะนัดนี้ได้ เพราะยังตามหลังทีมอันดับสี่อยู่หกแต้ม กล่าวคือหากทีมของ เจอร์เก้น คล็อปป์ คว้าชัยในทุกเกมที่เหลือได้ และลุ้นให้ทีมอันดับสามและสี่ ซึ่งมีแต้มเบียดๆกันอยู่นั้นพลาดทำแต้มหกบ้าง ก็พอจะแซงจบที่สี่ได้ตามเป้าหมาย

เกมนี้นายใหญ่ชาวเยอรมันจึงจัดทีมลงบู๊แบบค่อนข้างเน้นทีเดียว แม้จะมีผู้เล่นดาวรุ่งผสมลงไปบ้างแต่โดยรวมแล้วก็ถือว่าเป็นทีมชุดดีที่สุดของหงส์แดง โดย

  • ผู้รักษาประตูใช้ ซิมง มิโญเล่ต์
  • แบ็กโฟร์มีอัลแบร์โต้ โมเรโน, เดยัน ลอฟเรน, โคโล ตูเร่ และคอนนอร์ แรนดอล
  • แดนกลางมี เจมส์ มิลเนอร์ และ โจ อัลเลนเล่นคู่กัน
  • เกมรุกมี โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่, อดัม ลัลลาน่า และเควิน สจ๊วต
  • หน้าเป้าเป็น แดเนียล สเตอร์ริดจ์

อย่างไรก็ตามผลการแข่งขันที่ออกมาที่ทำได้แค่เสมอดังกล่าวข้างต้นนั้น ทำให้ ณ ตอนนี้แทบจะการันตีบอกลาความหวังจบท็อปโฟร์ได้ร้อยเปอร์เซ็นแล้ว

สำหรับสองสกอร์ที่หงส์แดงยิงนำทีมเยือนไปได้ก่อนในครึ่งแรก

  • สกอร์ 1-0 ได้จาก แดเนียล สเตอร์ริดจ์ นาทีที่ 2
  • ประตู 2-0 ได้จากอดัม ลัลลาน่า นาทีที่ 30

ประตูตีไข่แตก และประตูตีเสมอของทีมเยือนในครึ่งเวลาหลังได้จาก

  • ปาปิซ เดมบา ซิสเซ่ นาทีที่ 49 และ
  • แจ็ค โคแบ็ค นาทีที่ 66

อันดับตารางคะแนนหลังเกมการแข่งขันของทางนิวคาสเซิ่ลอยู่อันดับรองบ๊วยมีแต้มตามหลังทีมที่อันดับ 17 ที่จะรอดตกชั้นอยู่เพียง 1 แต้มได้ลุ้นหนีตกชั้นกันอย่างสนุกต่อในสามเกมสุดท้าย

ลุ้นเหนื่อยเกมสอง! ‘หงส์’ เจาะไม่เข้าบุกพ่าย ‘บียาร์เรอัล’!!

vegus168 ข่าวกีฬาทั่วทั้งโลก ต้องบอกว่าเหนื่อยหนักเลยงานนี้สำหรับทีม หงส์แดง ของกุนซือ เจอร์เก้น คล็อปป์ ในรายการถ้วยยุโรปใบเล็ก ยูฟ่า ยูโรป้าลีก เมื่อผลการแข่งขันในเกมเลกแรกของรอบรองชนะเลิศออกมาเป็นว่าพวกเขาบุกไปพ่ายให้กับ บียาร์เรอัล ทีมแกร่งแห่งแดนกระทิงดุด้วยผลบอล 1-0 ซึ่งนอกจากจะต้องแบกสกอร์ที่ตามหลังหนึ่งสกอร์ลงเล่นในเกมที่สองที่แอนฟิลด์แล้ว

ในแง่ของกฎประตูทีมเยือนก็ยังดูเสียเปรียบเต็มๆอีกด้วย เพราะลูกทีมของคล็อปป์ไม่สามารถทำประตูได้ในฐานะทีมเยือน เท่ากับว่าหากในเกมที่สองพวกเขาเอาชนะ บียาร์เรอัล ได้ด้วยผลต่างหนึ่งสกอร์เท่ากันแต่ฝ่ายหลังมีสกอร์ที่แอนฟิลด์เช่น 2-1 ,3-2 ก็จะทำให้เป็นฝ่ายหลังที่ได้ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศต่อไปตามกฎอเวย์โกล

อย่างไรก็ตามในส่วนของสถิติต่างๆที่เกิดขึ้นในเกม หงส์แดง บุกแพ้ บียาร์เรอัล ไม่นับว่าขี้เหร่เลย โดยหงส์แดงทีมเยือนครองบอล ครองเกมได้พอๆกับทีมเจ้าบ้าน และสร้างสรรค์โอกาสจบสกอร์ได้มากกว่าด้วยซ้ำ แต่จังหวะสุดท้ายของพวกเขากลับไม่ดีพอที่จะเจาะแนวรับเจ้าบ้าน

หงส์แดงสร้างโอกาสยิงประตูได้รวมถึง 10 ครั้งเข้ากรอบไป 3 ครั้ง ขณะที่เจ้าบ้านสร้างโอกาสได้รวม 7 ครั้ง ยิงเข้ากรอบไป 3 ครั้งเท่ากันและเป็น 1 ประตู ประตูโทนที่เกิดขึ้นนั้นก็นับว่าน่าเจ็บปวดสำหรับทีมเยือนมากๆ เพราะเกิดขึ้นในนาทีสุดท้ายของเกมการแข่งขันเลยจาก อาเดรียน โลเปซ โดยการทำแอสซิสของ เดนิส ซัวเรซ

ส่วนท่าทีของ เจอร์เก้น คล็อปป์ นายใหญ่หงส์แดงหลังเกมการแข่งขันนั้น เป็นไปในทางยังเชื่อมั่นว่าหงส์แดงของตนเองจะสามารถกรุยทางเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศต่อไปได้ แม้ว่าจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบหลังจบเกมเลกแรกก็ตาม

คล็อปป์ กล่าวว่า “เกมนี้เรามีจังหวะการเล่นที่ดี เกมรับของเราก็เล่นได้เหนียวแน่นพอสมควร การแข่งขันมันยังไม่จบลง และผมคิดว่าปัญหาของเราคือการไม่มีผู้เล่นโจมตีเกมรุกบริเวณกรอบเขตโทษมากพอ เราจะได้กลับไปเล่นอีก 90 นาทีที่แอนฟิลด์ และวันนั้นมันจะแตกต่างไปจากวันนี้” beechernetworks.com